Sunday, May 31, 2009

ชมคลิปวิดิโอ พตท.ทักษิณ ชินวัตร + พระสันตปาปา คลิปที่ไม่ค่อยมีคนเห็น สื่อหลักก็ไม่เผยแพร่ ได้ที่

http://www.cbnpress.com/index.php?option=com_hwdvideoshare&task=viewvideo&Itemid=117&video_id=1918

คลิปหลุดสนธิ ลิ้มทองกุล

188 วันแล้ว ที่ สส. พรรคประชาธิปัตย์ เป็นแกนนำในการบุกยึดสนามบินสุวรรณภูมิ ยังคงลอยนวล

เป็นคำรับสารภาพ ของนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ กลางสภา

เป็นการท้าทาย หยามหยันกฏหมายไทย อย่างไม่สะทกสะท้าน
แต่ กระบวนการยุติธรรม ของประเทศไทย ก็ไม่อาจหาญกล้าเอาโทษผิดได้
ประเทศไทย สูญแล้วซึ่ง ความยุติธรรม

เด็กเส้น......ที่ผู้คนเล่า ลือ กันนั้น น่าจะไม่เกินความเป็นจริง
ประชาชน ตกอยู่ใต้อำนาจที่เหนือกฏหมาย ภายใต้เผด็จการ และการกดขี่ทางชนชั้น ?

บาดเจ็บครั้งนี้ ประชาชนจะไม่มีวันลืม

ลูกผู้ชายทั้งหลาย .... วันนี้คุณหอมแก้มป๊ะป๋าคุณแล้วหรือยัง ????


6 ปีไม่ได้พบ "ป๋า" ทรมานใจ รักเหมือนพ่อ

"ถ้ากล้าถาม ก็กล้าตอบและยืนยันว่าไม่มีแน่นอนเอ้า...พูดกันตรงๆ เลยว่า แค่หอมแก้ม เพราะมีเคารพรักท่าน ท่านก็เหมือนพ่อผมรักท่านเหมือนพ่อ ท่านเป็นผู้มีพระคุณ"
ความในใจของ "หนุ่มเสก" หรือ "เสกสรร ชัยเจริญ" อดีตนักร้องชื่อดังคนแรกของคีตา เรดคอร์ดสซึ่งเข้าได้เปิดเผยให้ "เรา" ทราบถึงความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับ "ป๋า" พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ
เป็นครั้งแรกที่เขาได้ระบายความในใจต่อสาธารณะชน หลังหลายปีที่ผ่านมา "หนุ่มเสก" กลายเป็นตัวละครสำคัญ ที่ถูกหยิบใช้เป็นเครื่องมือ โจมตีและทำลายความน่าเชื่อถือของ "ป๋า" โดยเฉพาะห้วงเวลาของความขัดแย้งทางสังคม-การเมือง หลังรัฐประหารวันที่ 19 กันยายน 2549 ที่ พล.อ.เปรม ถูกระบุว่าอยู่เบื้องหลังการยึดอำนาจ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี
ความเคารพรักเหมือนพ่อ-ลูก ที่ "หนุ่มเสก" มีให้กับ "ป๋า" ได้ถูกกลุ่มผลประโยชน์บางกลุ่มแปลงนิยามคำว่า "เคารพรักเหมือนพ่อ" ใหม่ เป็นความรักระหว่าง "ฉันและเธอ" หรือ "เด็กป๋า" อันเป็น "ศาสตราวุธ" ทรงแสนยานุภาพ ของกลุ่มที่ผลิต-คิดค้นขึ้นบนฐานของความเกลียดชัง และไม่สนใจข้อเท็จจริงเป็นเช่นใด หวังเพียงแค่ "ล้มป๋า-ทำลายป๋า" เพราะพวกเขาเชื่อว่าเป็นสัญลักษณ์ของ "อำมาตย์"
เรามีโอกาสได้ยืนคุยอย่างเป็นกันเองกับ "หนุ่มเสก" ในฐานะเป็นผู้อำนวยการโรงละครอักษรา ระหว่างที่เขานำคณะหุ่นละครเล็ก อักษรา ภายใต้การดูแลของ บริษัทคิงเพาเวอร์ ไปแสดงในพิธีเปิดโครงการกู้วิกฤติเศรษฐกิจตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ที่สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีรังสิตเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา
แม้มีโอกาสคุยกันไม่กี่สิบนาที แต่ทุกประโยคทมุกคำพูดที่ "หนุ่มเสก" เปิดใจให้เราฟังนั้น น่าจะทำให้เกิดความกระจ่างชัด ต่อข้อกล่าวหาความสัมพันธ์ลึกซึ้งแบบ "ฉันรักเธอ" หรือแบบ "เด็กป๋า" ระหว่างเขากับ พล.อ.เปรม ในรอบปลายปีที่ผ่านมา ซึ่ง "หนุ่มเสก" บอกว่า "ยินดีให้เราเผยแพร่ความรู้สึกของเขาต่อสาธารณะได้"
หนุ่มเสกเล่าว่า "ในช่วงที่มีการชุมนุมและมีการโจมตีป๋าอย่างรุนแรง รุมสงสารท่าน ในขณะนั้น รู้สึกว่าไม่เป็นธรรมกับท่าน อยากจะออกมาตอบโต้หรือขึ้นเวทีปกป้องอ เพราะสิ่งที่พูดนั้นไม่เป็นความจริงท่านเป็นปูชนียบุคคลที่ทำประโยชน์ให้บ้านเมืองมาตลอด แต่ไปพูดถึงท่านเสียๆ หายๆแถมไปก้าวล่วงถึงเรื่องส่วนตัว ทั้งที่ไม่เป็นความจริงแม้แต่น้อย"
"แถมยังมีพาดพิงถึงผมด้วย ว่าทำนองว่าไปมีอะไรกับท่าน เป็นเรื่องที่ไม่จริงและน่าเกลียดที่สุด แต่ว่าผู้ใหญ่ที่ผมนับถือห้ามไว้ เพราะเกรงว่าจะกระทบต่อป๋า หากออกไปก็จะยิ่งทำให้กลุ่มที่ชุมนุมนำไปเป็นประเด็นโฟกัส โจมตีถึงท่านอีก ซึ่งมันไม่แฟร์"
เราถามไปว่า ไม่ได้มีอะไรอย่างที่กล่าวหาหรือ "หนุ่มเสก" ตอบตรงไปตรงมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า "ถ้ากล้าถาม ก็กล้าตอบ และยืนยันว่าไม่มีแน่นอน เอ้า...พูดกันตรงๆ เลยว่า แค่หอมแก้ม เพราะผมเคารพรักท่าน ท่านก็เหมือนพ่อ ผมรักท่านเหมือนพ่อ ท่านเป็นผู้มีพระคุณ ส่วนท่านก็คิดว่าผมเป็นลูก ท่านน่ารักมาก ท่านรักผมเหมือนลูกนี่ผมพูดได้เลยนะ ผมไม่เคยพูดที่ไหน เพราะผมอยากให้เลิกพูดกันเสียๆ หายๆ สักที"
"ผมดูได้เต็มปากเลยว่าผมเองก้เป็น "ลูกป๋า" คนหนึ่ง เพราะทำงานใกล้ชิดรับใช้ท่าน ท่านมีความเมตตาสูงให้โอกาสทุกอย่าง เคยกราบเท้าท่านคือผู้มีพระคุณ เปรียบเหมือนพ่อ"
"ผมยืนยัน ไม่เคยขอเงินท่านแต่ท่านเคยให้ เพราะเมตตา แต่เมื่อสิ่งที่ท่านให้โอกาสและเราไม่สามารถทำมันให้ประสบความสำเร็จได้ เราก็รู้สึกละอาย แต่ก็จำคำที่ท่านสั่งสอนตลอดว่า คนเราเมื่อล้มแล้วต้องลุกขึ้นให้ได้ ทุกวันนี้ผมยืนอยู่ได้เพราะกำลังใจและคำสอนของท่าน จึงยืนอยู่ด้วยขาตัวเอง"
อย่างไรก็ตาม กว่า 6 ปีแล้วที่ "หนุ่มเสก" ไม่เคยได้เข้าพบกับ พล.อ.เปรม โดยเจ้าตัวเข้าใจว่ามีบางคนกีดกันไม่ให้เข้าพบเพียงแต่ไม่ได้บอกว่าคนที่กีดกันคือใคร?
"เป็นเวลา 6 ปีแล้วที่ไม่ได้พบ พล.อ.เปรม บุคคลที่มีบุญคุณและเคารพรักที่สุดในชีวิต เพราะถูกคนใกล้ชิดของ พล.อ.เปรมกีดกันโดยไม่ทราบสาเหตุ การพบกันครั้งสุดท้ายก็เมื่อตอนที่ผมดำรงสมณเพศเป็นพระบวชอยู่ที่วัดทุ่งเศรษฐี ย่านบางนา ซึ่งพล.อ.เปรมได้แจ้งให้ไปรับบาตรที่บ้านสี่เสาเทเวศร์ ซึ่งผมก็ถ่ายภาพในควงามทรงจำครั้งนั้นเก็บไว้ จากนั้นผมก็ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าพบท่านอีกเลย"
"ณ วันนี้ยังคิดถึงตลอดเวลา และรักท่านเสมอ ก็รู้สึกทรมานใจ แต่ไม่มีโอกาสไปพบท่าน เพราะถูกกีดกัน แม้ทุกวันนี้จะไม่ได้พบ แต่ก็ระลึกถึงท่านเสมอ และถ้าชีวิตนี้ยังไม่สิ้น ต้องกลับไปหาท่านให้ได้ กลับไปให้ป๋าได้ภูมิใจ ไม่ได้คิดจะไปรบกวนท่านเลยทุกวันนี้เป็นตนและมาถึงขนาดนี้ได้เพราะกำลังใจจากป๋า"
ปัจจุบัน เขามีความสุขและทุ่มเทกับงานในฐานะเป็นผู้อำนวยการโรงละครอักษรา "จะดูแลคณะหุ่นละครเล็ก ที่สืบทอดศิลปะจากครูสาคร ยังเขียวสด โดย คณะลูกศิษย์ ให้ประสบความสำเร็จให้ได้ถ้ายังล้มเหลว ผมก็คงไม่กล้าไปหาท่าน แต่ถ้าเมื่อวันนั้นมาถึงผมจะไปหาท่านและกราบเท้าท่านอย่างเต็มภาคภูมิ"
ส่วนข่าวลือที่ระบุว่ากำลังมีชื่อเสียงโด่งดังในฐานะผู้ทรงอิทธิพลในแวดวงสถานบันเทิงกลางคืนนั้น เขาบอกว่า "เป็นธรรมดาของคนที่เคยประกอบธูรกิจด้านนี้ เขาต้องพบปะคนมาก และประสานงานในการนำเสนอการแสดง อย่าไปมอง่าเป็นมาเฟียหรือผู้ทรงอิทธิพล"
เมื่อพูดคุยกันจบแล้ว "หนุ่มเสก" ได้ เดินไปส่ง "เจเจ" จุลจิตต์ บุณยเกตุ ในฐานะที่ดำรงตำแหน่ง คณะกรรมการบริหารสถานทีโทรทัศน์กองทัพบก และรองประธานบริหารกลุ่มบริษัทคิงเพาเวอร์ ที่เขาบอกว่า "เป็นนายที่มีพระคุณ"
นี่อาจจะเป็นเพราะอัธยาศัย มนุษยสัมพันธ์ที่ดี ช่างพูด ประกอบกับใบหน้าที่ยิ้มแย้มสดใส ของ "หนุ่มเสก" แม้จะอายุเลยวัย "ทีนเอจ" มาแล้ว แต่ด้วยเอกลักษณ์เก่าผสมลุคส์ใหม่ จนกลายเป็น "หนุ่มเสก สกินเฮด" ล้วนแต่เป็นลักษณะที่ทำให้ "ผู้ใหญ่" ไม่ว่าอาชีพใด วัยใด ต่างก็เอ็นดูเป็นธรรมดา

ที่มา: หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

มาดูคลิปนี้ ว่ามาร์ค ได้พูดหรือไม่ ที่ว่า เดือนมิถุนาจะมีคนออกมาเผาบ้านเผาเมือง

http://www.cbnpress.com/index.php/component/hwdvideoshare/?task=viewvideo&video_id=1950

คณิน "ฟันธง" อำมาตยาธิปไตย...ล่มสลายแน่ไม่ช้าไม่นานนี้

เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม ที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ สถาบันศึกษาการพัฒนา
ประชาธิปไตย จัดการอภิปรายเนื่องในโอกาสครบ 2 ปียุบพรรคไทยรักไทย ใน
หัวข้อ "พรรคการเมืองไทยสิ่งจำเป็นหรือส่วนเกินในระบอบประชาธิปไตย"

นายคณินกล่าวว่า ทุกวันนี้การเมืองล่มสลายท่ามกลางความแข็งแกร่งของระบบ
ตุลาการ ส่วนลมหายใจของชาวรากหญ้านั้นคือประชาธิปไตย

ดังนั้น ประชาชนจะต้องสู้เพื่อระบอบประชาธิปไตย อีกไม่ช้าระบอบอำมาตยา
ธิปไตยจะสลายไป สังเกตได้จากความกระเสือกกระสนของกลุ่มคนบางกลุ่มที่จะให้
ระบอบดังกล่าวคง อยู่ต่อไป ดังนั้น ประชาชนอย่าเพิ่งท้อถอย (ที่มา มติชน)

*************************************

คณิน บุญสุวรรณ ที่แต่ก่อนเป็นไม้เบื่อไม้เมากับระบอบทักษิณ

มาวันนี้ เริ่มกระจ่างแจ้งแล้วว่า "อะไรเป็นอะไร" เหตุใดยังมีพวก หูตามืดบอด

ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับบ้านกับเมือง งมงายกับสิ่งไร้สาระ เพ้อเจ้อกับการเมืองใหม่เก่าอีกหรือ

Saturday, May 30, 2009

วันกลับของทักษิณ ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย....คนดีตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้...ศัตรูจะกลับเป็นมิตร มิตรจะเป็นมหามิตร...ประชาชนทั้งประเทศไม่ได้ตาบอด.

ก็สร้างเรื่องสร้างข่าวกันขึ้นมาเรื่อยๆ เรื่องจะเอาตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีกลับมาติดคุกในเมืองไทยก็โกหกคนไทยกันไปวันๆ..เบิกงบประมาณกันไปใช้จ่าย..ไล่ล่าจะเอากลับมารับโทษทั้งๆ ที่รู้แน่แก่ใจว่า..จะไม่มีวันสำเร็จ..และมันเป็นไปไม่ได้เพราะ..ความผิดของอดีตนายกรัฐมนตรีนั้น..มันเกิดขึ้นหลังจากโดนปฏิวัติรัฐประหารโดยกำลังกองทัพ..อำนาจที่เกิดจากการปฏิวัติยึดอำนาจนั้น..มันมีอยู่ในประเทศไทย แต่มันไม่ถูกยอมรับในสากลโลกและข้อหาที่ตั้งโดยรัฐบาลปฏิวัตินั้น..มันไม่เป็นสากลในโลกแถมยังเป็นคำพิพากษาโดยศาลเดียวเข้าไปด้วยการยอมรับจากประชาคมโลกก็ยิ่งน้อยลงไปอีก..ในวันนี้..ก็ยังมีคนไทยหลบหนีคดีอยู่ในโลกมากมาย..ทั้งที่เปิดเผยและไม่เปิดเผย..ความผิดที่ถูกกล่าวหาก็เป็นเรื่องอาชญากรรมธรรมดาพิพากษาโดยศาลสถิตยุติธรรมตามกระบวนการอันเป็นสากลวันนี้ก็ยังเอาตัวพวกเขามาลงโทษไม่ได้อีกทั้ง..ความผิดที่นำไปกล่าวโทษนั้น..ต้องเป็นความผิดที่พวกเขายอมรับหรือ

เป็นความผิดในบ้านเขาเมืองเขา เช่น ค้ายา ฆ่าคนตาย หรือจี้ปล้นหากจะได้ ทักษิณ ชินวัตร กลับมานั้น..มันต้องใช้วิธีที่เป็นการกระทำอาชญากรรม..เช่นแบบที่ประเทศอิสราเอลกระทำต่อนักโทษสงครามชาวเยอรมัน ที่ต้องคำพิพากษาของศาลสงคราม..ยิวส่งกองกำลังไปอุ้มตัวเข้ามารับโทษแล้วใครหน้าไหนจะกล้า..เพราะแต่ละประเทศที่อดีตนายกรัฐมนตรีเข้าไปอยู่อาศัย..ประเทศของเขาก็ดูแลรักษาความปลอดภัยให้อย่างเต็มที่โป๊ปสังฆราชแห่งคริสต์ศาสนา..ยังให้เข้าเฝ้า..นั่นแปลว่า..เขาไม่รับสภาพนักโทษหนีคดีที่ประเทศไทยกล่าวหา..ทักษิณ ชินวัตร..ยังมีโอกาสที่จะลี้ภัยการเมืองและใช้พาสปอร์ตของยูเอ็นได้หากเขาต้องการ..เพียงแต่การใช้พาสปอร์ตยูเอ็นนั้น..คงเป็นทางเลือกสุดท้ายรัฐบาลไทยปัจจุบัน..ต้องเลิกโกหกกับประชาชนเสียที..แล้วก้มหน้าก้มตาบริหารราชการแผ่นดินต่อไปหากรัฐบาลแก้ปัญหาเศรษฐกิจไม่ได้..ประเทศไทยไปไม่ไหว..เลือกตั้งใหญ่ข้างหน้า..พรรคของเขาจะเป็นผู้ชนะ และประชาชนจะเรียกร้องให้เขากลับมาบริหารก็ประชาชน..เป็นเจ้าของประเทศไม่ใช่หรือ

พญาไม้ทูเดย์ พญาไม้