Tuesday, May 26, 2009

INTERVIEW WITH EXILED FORMER THAI LEADER THAKSIN

สื่อเยอรมัน Spiegel รายงานเรื่ององคมนตรีไทยตั้งแก๊งปล้นเผาทำลาย....

วันพุธ, เมษายน 22, 2009
SPIEGEL สัมภาษณ์ทักษิณ : “ผมเป็นเหมือนหนู”
ที่มา ประชาไท

กิจกรรม นี้เกิดขึ้นจากทีมนักแปลอาสาสมัครที่อยากให้สาธารณชนได้บริโภคข่าวสารอย่าง รอบด้าน เนื่องเพราะเห็นว่าสื่อสารมวลชนของไทยมีปัญหาเรื่องการทำงานในสถานการณ์ วิกฤตินี้ เราจึงเลือกแปลข่าวของสื่อต่างชาติที่ยังสามารถทำงานตามหลักการวิชาชีพได้ โดยไม่มีอคติต่อฝ่ายใด และไม่มีอำนาจรัฐมาครอบงำ


ทีมแปลข่าวเฉพาะกิจ

ที่ มา: แปลจาก 'I'm Like a Rat', INTERVIEW WITH EXILED FORMER THAI LEADER THAKSIN, SPIEGEL ONLINE 04/20/2009, Interview conducted by Bernhard Zand

http://www.spiegel.de/international/world/0,1518,619943,00.html

สัมภาษณ์โดย เบอนาร์ด แซน (Bernhard Zand)


ใน การให้สัมภาษณ์ SPIEGEL, ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีไทย วัย 59 ปี บอกเล่าถึงการลุกฮือขึ้นของกลุ่มผู้สนับสนุนเขาเพื่อต่อต้านรัฐบาลใน กรุงเทพฯ และบทบาทที่พระมหากษัติย์ควรทำในการแก้ปัญหาความขัดแย้งที่ไม่สิ้นสุดใน ประเทศที่สับสนอลหม่านในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นี้


SPIEGEL : ดร.ทักษิณ ข่าวที่เกิดขึ้นที่กรุงเทพฯเมื่อวันศุกร์ สนธิ ลิ้มทองกุล ผู้นำกลุ่มเสื้อเหลืองที่สนับสนุนรัฐบาลรอดชีวิตจากการพยายามลอบสังหาร เขาเป็นหนึ่งในบรรดาคู่ปรับที่ตามไล่ล่าคุณมากที่สุด

ทักษิณ ชินวัตร: รัฐบาลเป็นผู้ประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แม้ว่าจะมาจากการเลือกตั้ง แต่รัฐบาลนี้ใช้อำนาจในทางที่เลวร้ายยิ่งกว่ารัฐบาลทหาร อำนาจนี้ควบคุมไปทุกแห่ง สามารถยึดและตรวจค้นได้โดยไม่ต้องมีหมายค้น และพวกเขาไม่คำนึงถึงเรื่องสิทธิมนุษยชน รัฐบาลนี้ได้รับใบอนุญาตฆ่า และผมมีความรู้สึกว่าช่วงเวลาของ “การฆ่าตัดตอน” กำลังเริ่มต้น – พูดอีกอย่าง พวกเขากำลังกำจัดใครก็ตามที่รู้มากเกินไปเกี่ยวกับพวกผู้มีอำนาจที่ต่อต้าน ผม


SPIEGEL: ตัวเลขทางการระบุว่า มีผู้เสียชีวิต 2 รายและบาดเจ็บ 123 รายในเหตุการณ์จลาจลครั้งล่าสุด คุณมีข้อโต้แย้งตัวเลขเหล่านี้หรือไม่?

ทักษิณ: มันเป็นการโกหกโดยสิ้นเชิง


SPIEGEL: คุณพิสูจน์ได้หรือไม่?

ทักษิณ: หลังจากที่พวกเขาบอกว่ามีผู้เสียชีวิตเพียง 2 คน พวกเราพบศพคนเสื้อแดง 2 คนที่ถูกมัดมือไว้ด้านหลังลอยอยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยา พวกเรายังคงค้นหารายอื่นๆ อยู่


SPIEGEL: ปรากฎการณ์ในประเทศของคุณสร้างความตระหนกให้กับคนทั่วโลก อะไรคือเหตุผลของวิกฤตการณ์ที่ไม่สิ้นสุดนี้?

ทักษิณ: ชนชั้นนำทางการเมืองมีความกังวลมาก เพราะผมและพรรคพวกได้รับความนิยมและมีอำนาจเหมือนกับที่พวกเขาเป็นก่อนหน้า นี้ พวกเขาต้องการเปลี่ยนอำนาจให้ไปอยู่กับอีกฝ่ายหนึ่ง คือพรรคประชาธิปัตย์ แต่พวกเขาไม่สามารถทำได้ผ่านกระบวนการประชาธิปไตย ตอนนี้พวกเขากำลังใช้ทุกวิถีทาง พวกเขาพยายามลอบสังหารผมแต่ไม่สำเร็จ พวกเขายังก่อการประท้วงซึ่งไม่สำเร็จ แต่มันก็เพียงพอสำหรับพวกเขาที่จะใช้เป็นข้ออ้างในการทำรัฐประหาร หลังรัฐประหาร พวกเขาทำให้ระบบยุติธรรมกลายเป็นเรื่องการเมืองและตัดสินว่าผมและครอบครัวมี ความผิด จากนั้นเขาเขียนรัฐธรรมนูญที่ผิดกฎหมาย แต่ทั้งๆ ที่พวกเขาทำทุกอย่าง ประชาชนยังคงลงคะแนนให้พรรคของพวกผม สิ่งนี้ทำให้คนกรุงเทพฯไม่พอใจ นั่นคือเหตุผลว่า ทำไมการลุกฮือครั้งล่าสุดจึงเกิดขึ้น


SPIEGEL: ประเทศไทยจะรอดพ้นจากชะตากรรมนี้ได้อย่างไร?

ทักษิณ: ตราบใดที่การต่อสู้แย่งชิงอำนาจไม่โปร่งใสและไม่ได้ทำในวิถีทางประชาธิปไตย ทุกอย่างจะยังคงค้างคา เราจะไม่อาจกำจัดมันออกไปได้ ระบบยุติธรรมถูกใช้เพื่อค้ำยันสองมาตรฐาน—ผ่อนผันให้ฝ่ายหนึ่งและโหดร้ายกับ อีกฝ่ายหนึ่ง การสมานฉันท์เป็นทางออกเดียว


SPIEGEL: คุณร้องขอให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯเข้ามาแทรกแซงและยุติวิกฤตินี้ ทำไมยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น?

ทักษิณ: ผมไม่ทราบ ผมไม่อาจพูดอะไรทั้งสิ้นเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์


SPIEGEL: แต่พระราชดำรัสของพระองค์เป็นการชี้ขาดอย่างชัดเจน

ทักษิณ: ผมขอพูดอย่างนี้ว่า พระองค์ท่านเป็นผู้เดียวเท่านั้นที่สามารถสร้างความสมานฉันท์ ผมไม่คิดว่าใครอื่นจะทำได้ ผมได้เฝ้ามองประเทศของผมจากข้างนอกมาสามปีแล้ว ยังไม่มีอะไรดีขึ้น


SPIEGEL: วิกฤตการณ์ของประเทศไทยเป็นวิกฤตการณ์ของสถาบันกษัตริย์ด้วยหรือไม่?

ทักษิณ: พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯทรงมีพระชนมพรรษา 81 พรรษาแล้ว พวกเราถวายพระพรให้พระองค์ทรงมีพระชนมายุยิ่งยืนนานและทรงเป็นที่เคารพ สักการะของประชาชนไทยทั่วแผ่นดิน ในฐานะที่เป็นคนไทย เป็นเรื่องยากที่ผมจะพูดได้มากกว่านี้ คนไทยไม่มีเสรีภาพในการพูดมากนัก


SPIEGEL: แต่คุณนั่งอยู่ที่นี่ในเมืองดูไบ ไม่ใช่ที่ประเทศไทย และคุณมีเสรีภาพเต็มที่ที่จะพูดในสิ่งที่คุณต้องการพูด

ทักษิณ: แต่ผมจะต้องระมัดระวังมากๆ ในฐานะที่เป็นคนไทยและเป็นอดีตนายกรัฐมนตรี ผมเคารพเทิดทูนพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯอย่างแท้จริง


SPIEGEL: ครั้งหนึ่งคุณเคยถูกมองว่าเป็นผู้ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯไว้วางใจ

ทักษิณ: ใช่ แต่ผมเป็นที่เกลียดชังของบุคคลที่อยู่รอบๆ พระองค์ ประธานองคมนตรี (คณะบุคคลที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษาของกษัตริย์) และอดีตนายกรัฐมนตรีภายใต้คณะรัฐประหารพยายามที่จะโค่นล้มผมโดยการรัฐประหาร


SPIEGEL: และตอนนี้คุณคิดว่าบุคคลเหล่านี้ต้องรับผิดชอบกับวิกฤตที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน?

ทักษิณ: รัฐบาลของผมเป็นรัฐบาลประชาธิปไตยที่มาจากการเลือกตั้งและชนะอย่างถล่มทลาย ตอนนี้ผมเป็นเหมือนหนูที่อยู่ในบ้าน พวกเขาต้องการที่จับผมจนกล้าที่จะเผาบ้านทั้งหลังเพื่อจับหนู


SPIEGEL: ฝ่ายตรงข้ามของคุณอ้างว่าคุณเป็นต้นเหตุของการจุดชนวนครั้งล่าสุดด้วยการเรียกร้องมาจากต่างประเทศให้มีการประท้วง

ทักษิณ: ผมต้องให้กำลังใจประชาชน แต่เมื่อพวกเราพูดว่า พวกเราต้องการปฏิวัติ พวกเราหมายถึงการปฏิวัติโดยสันติ พวกเราที่อยู่ในประเทศไทยอดทนมานานแล้วกับประชาธิปไตยที่ใช้สำหรับคนเพียง ไม่กี่คน หรือพวกชนชั้นนำทางการเมืองในกรุงเทพ


SPIEGEL: คุณยังคงได้รับความนิยมอย่างมากจากประชาชนในวงกว้าง นั่นหมายถึงคุณต้องแบกความรับผิดชอบไว้ด้วย คุณไม่สามารถทำอะไรมากกว่านี้ที่จะทำให้สถานการณ์ปัจจุบันสงบลงเลยหรือ?

ทักษิณ: ไม่มีทาง หนทางเดียว คือการสร้างความสมานฉันท์อย่างกว้างขวาง พวกเราใช้สันติวิธี ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในประเทศไทยมาจากกลุ่มติดอาวุธที่รัฐบาลสนับสนุน พวกนี้คือกลุ่มคนที่เข้ามาปะปนกับกลุ่มผู้ประท้วง ฆ่าคน และก่อความวุ่นวายต่างๆ


SPIEGEL: คุณวางแผนว่าจะทำอะใรในตอนนี้โดยส่วนตัว?

ทักษิณ: ผมเดินทางมาก และปกติจะไม่อยู่ที่ไหนนานกว่าสองสัปดาห์ ผมมีธุรกิจที่ต้องดูแล แกนนำของกลุ่มเสื้อแดงทำงานกันอย่างอิสระและพวกเขาตัดสินใจกันเอง พวกเขาโทรศัพท์มาขอคำปรึกษาเป็นบางครั้ง แต่พวกเขาไม่จำเป็นต้องเชื่อผม ผมไม่ได้สนับสนุนเงินให้พวกเขา เพราะทรัพย์สินของผมในประเทศไทยถูกอายัด และผมไม่มีเงินมากนัก


SPIEGEL: รัฐบาลยกเลิกหนังสือเดินทางของคุณ – ตอนนี้คุณเดินทางอย่างไร?

ทักษิณ: ผมมีหนังสือเดินทางของประเทศอื่นๆ เพื่อนๆ และผู้นำจากหลายประเทศออกหนังสือเดินทางหรือเอกสารเดินทางให้ผมในฐานะพล เมืองกิติมศักดิ์ ประธานาธิบดีนิคารากัว แดเนี่ยล ออเตก้า เป็นผู้สนับสนุนผมอย่างแข็งขัน และประเทศของท่านได้ออกหนังสือเดินทางทูตให้ผม


SPIEGEL: ทำอย่างไรประเทศไทยถึงจะมีสันติภาพที่ยั่งยืน?

ทักษิณ: ทั้งสองฝ่ายต่างได้กระทำความผิด ถึงเวลาแล้วที่จะสมานฉันท์โดยการให้อภัยซึ่งกันและกัน ลืมอดีตที่ผ่านมาและมองไปข้างหน้า พวกเราควรเป็นประเทศเดียว เป็นหนึ่งเดียวกัน แต่ผมจะไม่ยอมรับ นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน และอีกฝ่ายหนึ่งก็จะไม่ยอมรับผม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงโปรดฯ พระองค์จะทรงโปรดให้มีการร่างรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย และต่อจากนั้นเราต้องการการเลือกตั้งใหม่

http://www.prachataiwebboard.com/webboard/wbtopic2.php?id=805106